วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

฿: บาทดิจิทัล..!! แบงค์ชาติเตรียมเริ่มทดลองใช้ "เงินบาทดิจิทัล" เตรียมก้าวสู่สังคมไร้เงินสดในโลกอนาคต

 See >>>

https://www.facebook.com/100001757048699/posts/4452258581509333/


฿:  บาทดิจิทัล..!!


แบงค์ชาติเตรียมเริ่มทดลองใช้ "เงินบาทดิจิทัล"  เตรียมก้าวสู่สังคมไร้เงินสดในโลกอนาคต 


ถึงแม้การเริ่มใช้งานอย่างเร็วที่สุด จะเป็นช่วงกลางปี 2022 เป็นต้นไป  แต่เรื่องนี้ มีความสำคัญกับทุกคน


🔹 เงินดิจิทัล คือ อะไร? จะกระทบอะไรกับเราบ้าง?   มาติดตามสรุปเป็นการเบื้องต้นได้เลยครับ.. 


🔹 ทุกวันนี้เราก็โอนเงินให้กัน ผ่านระบบดิจิทัลไม่ใช่เหรอ?


อันนี้ที่จริงชื่อเรียก อาจจะทำให้หลายๆ คนสับสนเอาได้ แต่ 'โครงการเงินบาทดิจิทัล' นั้น จะเป็นคนละรูปแบบกันกับเงินบาท ที่เราใช้งานในแอปพลิเคชันทั่วๆ ไป


เงินที่เราใช้ในแอปฯ ทุกวันนี้  จะเรียกว่า 'e-Money' หรือ เป็นการพิมพ์ธนบัตรออกมาก่อน  แล้วค่อยมาแปลงเป็นตัวเลขภายหลัง 


ยกตัวอย่างเช่น..  ธนาคารกลางสั่งพิมพ์ธนบัตรออกมา  ก่อนที่จะป้อนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ   ผ่านทางธนาคารต่างๆ หรือนโยบายของรัฐ


ซึ่งธนบัตรก็จะถูกเก็บเอาไว้ในคลังของธนาคารเอง  กับถูกนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายกันผ่านตัวกลางต่างๆ


ลองนึกว่า..  สมัยก่อน ใครที่ไม่มีแอปฯ หรือระบบออนไลน์ใดๆ ก็จะต้องไปถอนเงินสดมาใช้ จ่ายเงินกัน เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ


ส่วนใครที่มีแอปฯ เงินเหล่านั้น  ก็จะถูกเปลี่ยนจาก 'เงินกระดาษ' มาเป็น 'ตัวเลขในแอปฯ' เท่านั้น   เพียงแต่เงินกระดาษนั้น ก็ยังคงมีอยู่


แต่เงินบาทที่เป็น "บาทดิจิทัล" ที่กำลังจะมีการเปิดทดสอบใช้งานนั้น คือ..  เงินดิจิทัลจริงๆ เลย


โดยที่ธนาคารกลางจะออกเงินมาบน 'ระบบบล็อกเชน' (การออกเงิน ยังต้องมีสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสด หรือทองคำ ค้ำประกันเหมือนเดิมนะ)


แล้วเงินดังกล่าว  ก็สามารถป้อนเข้าสู่ระบบได้โดยตรง เช่น ผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ หรืองบประมาณประจำปี แล้วก็เข้า 'กระเป๋าเงินดิจิทัล' ของคนไทย  ที่แต่ละคน ก็จะมีกระเป๋าเงินดิจิทัลเฉพาะตัว


คนไทยที่จะใช้เงิน ก็สามารถเอาเงินเหล่านั้น  ไปจ่ายกันได้เลยเหมือนการใช้เงินสด แม้จะไม่มีแอปฯ ของธนาคารมาเป็นตัวกลางก็ตาม


แต่จะมีความแตกต่างจากเงินสด  ก็คือ 'ทุกการใช้จ่าย' ระหว่างกัน จะมี 'การบันทึกธุรกรรมลงระบบบล็อกเชน'  เอาไว้ตลอด ทำให้สามารถติดตามเงินได้ทุกบาท ว่า..  ถูกใช้ทำอะไร หรือ ผ่านมือใครมาบ้าง


(เหมือนเราเขียนบันทึกลงบนธนบัตรแหละ ว่าเงินนี้เอาจ่ายค่าอะไรไป ซึ่งในความจริงมันเขียนลงบนธนบัตรไม่ได้ และต่อให้ทำได้ พอใช้ไปเยอะๆ ก็มีพื้นที่ไม่พอเขียนอีก)


🔹 แสดงว่า..  มันก็เหมือนกันกับ Bitcoin สินะ?


จะว่าไปก็ ไม่ใช่ซะทีเดียวอีก  ถึงแม้จะมีจุดที่เหมือนกัน คือ.. การใช้งานผ่าน 'ระบบบล็อกเชน' เพื่อให้เกิดทั้งความปลอดภัยและโปร่งใสในการใช้งาน


แต่เพราะ Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัล หลายๆ อย่าง เกิดขึ้นมาบนแนวคิด 'Decentralize ที่ไม่มีใครมาควบคุม' เป็นหลัก


แต่ 'เงินบาทดิจิทัล' จะถูกออกมาและ ควบคุมโดย 'CBDC'  ซึ่งย่อมาจาก 'Central Bank Digital Currency' หรือ ในที่นี้ก็คือ.. ธนาคารแห่งประเทศไทยเอง


แสดงว่า..  เงินที่ออกไปเหล่านี้ ก็จะถูกควบคุมโดยตรงจากศูนย์กลาง ที่สามารถรับรู้ และติดตามข้อมูลของการใช้จ่ายได้ทุกอย่าง 


อย่างการจ่ายให้นาย A ไปนาย B สู่นาย C จ่ายให้กันเท่าไรบ้าง ผ่านมือใครบ้าง ก็จะมีการบันทึกเอาไว้ทั้งหมด


จึงจะต่างจากเงินสดตรงที่   เงินสดมีโอกาสหลุดออกไปในขั้นตอนนี้   แล้วอาจจะถูกใช้ในการทำผิดกฎหมาย อย่างจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือ ซื้อยาเสพติด ก่อนที่จะผ่านกระบวนการฟอกเงินกลับมาใช้ให้ถูกอีกครั้ง


แต่หาก 'กระเป๋าเงินบาทดิจิทัล' ของข้าราชการคนหนึ่ง มีเงินก้อนโตเข้ามาอย่างผิดปกติ   ทางศูนย์กลางก็จะรับรู้ได้ในทันทีเช่นกัน


อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ..  ความผันผวนของราคา ในขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลหลายๆ อย่าง จะราคาขึ้นลงตามความต้องการของตลาด บางครั้งอาจจะขึ้นลง +10% และ -10% ในวันเดียว


แต่ 'เงินบาทดิจิทัล' จะถูก 'ผูกค่ากับเงินบาท' แบบ 1:1  ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอย่าง 'ธนาคารกลาง มาคอยควบคุม' ในจุดนี้อยู่แล้ว  เพื่อไม่ให้ราคาผันผวนจนเกินไป


🔹 เงินดิจิทัล จะเป็นอนาคตแห่งโลกการเงิน?


สำหรับโครงการเริ่มต้นใช้งานเงินบาทดิจิทัล  หรือ ที่แบงค์ชาติเรียกว่า 'โครงการ Retail CBDC' นี้ น่าจะเริ่มใช้ได้ในไตรมาส 2 ของปีหน้าเป็นต้นไป 


เบื้องต้นจะเริ่มมีการปล่อยทดสอบใช้ในวงจำกัด เช่น การใช้งานกับเอกชนบางราย และนักพัฒนาที่ผ่านเกณฑ์ก่อน


ทั้งนี้ก็เพื่อศึกษาข้อมูล ศึกษาผลกระทบต่อระบบการเงินเดิม และนำไปสู่การหาข้อสรุปในเรื่องกฎระเบียบ และข้อกฎหมายต่างๆ ตามมา


'เงินบาทดิจิทัล' นั้น หลังผ่านการทดสอบใช้งานในระยะแรก คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะต้องมีการทดสอบใช้งานในภาคประชาชนเป็นวงกว้างแน่ๆ


🔹 ถ้าถามว่า..  'เงินบาทดิจิทัล' คือ..  อนาคตของการใช้จ่ายเงินในไทยหรือไม่? 


แต่อันที่จริง ต้องพูดว่า "ระบบบล็อกเชน" จะเป็น 'อนาคตแห่งโลกการเงิน' อย่างแน่นอนมากกว่า เพียงแต่น่าสนใจว่า..  มันจะออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้น?


อนาคต Bitcoin อาจจะถูกนำมาใช้งานจริงก็เป็นได้


หรือ เงินบาทดิจิทัล จะประสบความสำเร็จ ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย จนแทนที่เงินสดแบบเดิมได้ทั้งหมด ก็เป็นได้


หรือ ในอนาคตอันใกล้ อาจจะมี 'สกุลเงินกลางของโลก' ที่เกิดขึ้นมา บน 'บล็อกเชน'  โดยที่แทบไม่มีข้อเสีย แล้วเกิดการปฏิวัติระบบทั้งหมดไป ก็เป็นได้เช่นกัน


คุณคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ...?

 

// BillionWay


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น