https://www.facebook.com/share/17Sqpc2CfQ/
💡 รู้หรือไม่..? อำนาจที่แท้จริงในโลกยุคใหม่ อาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนเรือบรรทุกเครื่องบินหรือหัวรบนิวเคลียร์ แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นผู้คุม "เส้นทางไหลเวียนของเงิน" และที่น่าตกใจคือ วอชิงตันกำลังต้องประเมินท่าทีใหม่ เมื่อพบว่า "ประเทศไทย" คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดของกระดานนี้
ท่ามกลางการจัดระเบียบโลกใหม่และนโยบาย America First ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประเด็นหนึ่งที่ทีมความมั่นคงแห่งชาติและที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาวให้ความสำคัญและเฝ้าระวังขั้นสูงสุดคือยุทธศาสตร์ "De-dollarization" หรือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของกลุ่มประเทศซีกโลกตะวันออก
ทำไม "ไทย" ถึงกลายเป็นคีย์แมนที่มหาอำนาจต้องหันขวับมามอง?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่การที่เรามีเงินทุนสำรองมหาศาล แต่เราคือ "จุดตัด" (Strategic Hub) ของนวัตกรรมทางการเงินแห่งเอเชีย ที่กำลังสร้างโครงข่ายการเงินใหม่โดยไม่ต้องง้อระบบ SWIFT ของโลกตะวันตก ผ่าน 2 เสาหลักสำคัญที่กำลังสั่นคลอนขั้วอำนาจเดิม:
1️⃣ การปฏิวัติระบบชำระเงินรายย่อยข้ามพรมแดน (ASEAN QR Payment Connectivity)
หากคุณเคยสแกนจ่าย PromptPay ที่สิงคโปร์ (PayNow), มาเลเซีย (DuitNow), อินโดนีเซีย (QRIS) หรือแม้แต่ในญี่ปุ่น คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติการเงินเงียบๆ ไทยคือประเทศแรกๆ ในโลกที่ผลักดันการเชื่อมโยงระบบชำระเงินแบบ Real-time ข้ามพรมแดนจนเกิดเป็นรูปธรรม สิ่งนี้สร้าง "ใยแมงมุมทางการเงิน" ที่ทำให้เม็ดเงินมหาศาลในภูมิภาคหมุนเวียนได้โดยตรง ไม่ต้องวิ่งข้ามโลกไปแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตัวกลางก่อน ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนแล้ว ยังทำให้ธุรกรรมเหล่านี้หลุดพ้นจากการจับตาของระบบการเงินตะวันตกโดยสิ้นเชิง
2️⃣ อภิมหาโปรเจกต์ 'mBridge' ขีปนาวุธทางการเงินที่วอชิงตันกังวล
นี่คือสิ่งที่รายงานข่าวกรองทางการเงินจับตาดู โครงการ mBridge คือการพัฒนาระบบสกุลเงินดิจิทัลระดับรัฐ (Wholesale CBDC) สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งริเริ่มโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จีน, ฮ่องกง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และล่าสุดซาอุดีอาระเบียที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์
เป้าหมายคือการสร้างแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และที่สำคัญที่สุดคือ "อยู่นอกเหนือเขตอำนาจคว่ำบาตรของสหรัฐฯ" เมื่อชาติมหาอำนาจด้านพลังงาน (UAE, ซาอุฯ) มาจับมือกับมหาอำนาจการผลิต (จีน) และมีไทยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก นั่นหมายถึงเส้นทางการค้าน้ำมันและสินค้าเกษตรในทศวรรษหน้า อาจปิดฉากยุคเปโตรดอลลาร์ (Petrodollar) ลงอย่างสมบูรณ์
ผลกระทบเชิงภูมิรัฐศาสตร์: ไทยในฐานะ "เราเตอร์ทางการเงินของเอเชีย"
ในขณะที่กลุ่ม BRICS พยายามออกมาตรการแข็งกร้าวเพื่อต่อกรกับอำนาจตะวันตก ประเทศไทยกลับเลือกเดินเกมยุทธศาสตร์ที่แยบยลกว่าด้วยการ "ไม่เลือกข้างทางการเมือง" แต่ "เปิดกว้างและเชื่อมต่อทางสถาปัตยกรรมการเงิน" เรายังคงดึงดูดการลงทุนจากฝั่งตะวันตก ในขณะเดียวกันก็เป็นสถาปนิกผู้วางท่อประปาทางการเงินเส้นใหม่ให้กับเอเชีย
หากโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินนี้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ มันจะไม่เพียงแต่เป็นเกราะป้องกันภูมิภาคนี้จากความเสี่ยงของการถูกใช้อาวุธทางการเงินคว่ำบาตร (Weaponization of Finance) แบบที่รัสเซียหรืออิหร่านเผชิญ แต่ยังทำให้ไทยมี "อำนาจต่อรองซ่อนรูป" ในเวทีโลกสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ทรัมป์และทีมที่ปรึกษาย่อมรู้ดีว่า การผูกขาดอำนาจของดอลลาร์กำลังสิ้นสุดลง หากปล่อยให้เอเชียสร้างระบบนิเวศทางการเงินทางเลือกที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ อำนาจต่อรองของสหรัฐฯ ในนโยบายต่างประเทศจะถูกลดทอนลงไปกว่าครึ่ง
สำหรับประเทศไทย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบาย นี่คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด การทำความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังเปลี่ยนแกนกลาง และการเตรียมพร้อมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ทางการเงิน จะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะคว้าโอกาสในการเป็นศูนย์กลางระบบชำระเงินยุคใหม่ หรือจะตกขบวนในสงครามการเงินที่ไม่มีการประกาศศกนี้
โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน มหาอำนาจกำลังเปลี่ยนผ่าน และสายตาของพวกเขา... กำลังจับจ้องมาที่ภูมิภาคของเรา
#ทางเลือกประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น