วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568

*หลังแผ่นดินไหว พร้อมกันเกือบทั่วโลก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม2568*

 


See >>>

https://www.facebook.com/share/1MyeCqoYaY/

*หลังแผ่นดินไหว พร้อมกันเกือบทั่วโลก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม2568*


โลกกำลังรื้อระบบ

สู่ยุคใหม่ทางจิตวิญญาณ


เมื่อแผ่นดินสั่นสะเทือน ผู้คนมักมองว่านี่เป็นเพียงภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจพลังงานและมิติทางจิตวิญญาณ 


การสั่นไหวนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น โลกกำลังปรับสมดุลและรื้อระบบเดิมเพื่อเปิดทางสู่ยุคใหม่แห่งจิตสำนึกที่สูงขึ้น


การเปลี่ยนแปลงของโลกและจิตสำนึกมนุษย์


ในมิติของพลังงาน แผ่นดินไหวเป็นเหมือนการสั่นสะเทือนที่ช่วยปลดปล่อยพลังงานสะสมที่กดทับอยู่มายาวนาน 


เมื่อโลกขยับและปลดปล่อยพลังงานเหล่านี้ เท่ากับว่าโลกกำลังทำความสะอาดตัวเอง เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การสั่นสะเทือนที่สูงขึ้น 


นี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณที่ส่งผลต่อมนุษย์โดยตรง


มนุษย์แต่ละคนเชื่อมโยงกับโลกผ่านสนามพลังงานของตนเอง เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง การสั่นสะเทือนของมนุษย์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน 


คนที่ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณจะรับรู้ถึงพลังงานใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน และอาจสัมผัสได้ถึงการปรับตัวทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ


มนุษย์กำลังก้าวเข้าสู่มิติที่ 5 กับสภาวะควอนตัมใหม่


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับตัวของโลกทางกายภาพเท่านั้น แต่มันเป็นการเคลื่อนเข้าสู่มิติที่ 5 ซึ่งเป็นระดับของจิตสำนึกที่สูงขึ้น 


ในมิติที่ 5 นี้ มนุษย์จะเริ่มสัมผัสถึงสภาวะ

ควอนตัมทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งและไร้ขีดจำกัด 


มิติที่ 5 ไม่ใช่สถานที่ทางกายภาพ แต่เป็นภาวะของจิตสำนึกที่เปิดกว้างต่อพลังงานแห่งความรัก ความสามัคคี และการสร้างสรรค์แบบไม่มีเงื่อนไข


เมื่อเข้าสู่มิติที่ 5 ผู้คนจะสามารถเชื่อมต่อกับพลังงานของจักรวาลได้โดยตรง 


การสร้างความจริงของตนเองจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วผ่านจิตสำนึกที่บริสุทธิ์ มนุษย์จะเริ่มรับรู้ว่าตัวเองเป็นผู้สร้างประสบการณ์ชีวิตของตนเอง และจะสามารถใช้พลังงานแห่งจิตเพื่อปรับแต่งความเป็นจริงได้ในระดับควอนตัม


นี่คือยุคของการหลุดพ้นจาก

ขีดจำกัดของมิติที่ 3 และ 4 ที่

ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวจากการควบคุม 


การเข้าสู่มิติที่ 5 หมายถึงการดำรงอยู่ในพลังงานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ทุกคนสามารถเข้าถึงสภาวะนี้ได้ผ่านการตื่นรู้และการปรับจูนพลังงานของตนให้สอดคล้องกับความสั่นสะเทือนใหม่ของโลก


ถึงเวลาค้นพบคุณค่าตนเองและความเร้นลับของชีวิต


เมื่อโลกเข้าสู่การสั่นสะเทือนที่สูงขึ้น มนุษย์ทุกคนกำลังได้รับโอกาสอันล้ำค่าในการค้นพบตัวตนที่แท้จริง 


>>เราไม่ได้เป็นเพียงร่างกายหรือสิ่งที่ถูกกำหนดโดยระบบสังคมอีกต่อไป<<


แต่เราคือพลังงานบริสุทธิ์ที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด


ถึงเวลาที่เราจะก้าวข้ามข้อจำกัดทางโลกวัตถุและค้นพบความหมายที่ลึกซึ้งของการมีชีวิตอยู่ 


เมื่อเราเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง เราจะพบว่าชีวิตเป็นมากกว่าการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่มันคือการเรียนรู้ การเติบโต และการแสดงออกถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่อยู่ภายในเรา


มนุษย์กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่สามารถเชื่อมโยงกับสัจธรรมของชีวิตอย่างแท้จริง 


เรากำลังตระหนักว่าเราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกฎของโลกวัตถุอีกต่อไป แต่เราคือผู้ที่สามารถปรับแต่งความจริงของตนเองได้ผ่านจิตสำนึก 


เมื่อเรารู้ว่าสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนเป็นพลังงานที่เชื่อมโยงถึงกัน เราจะเริ่มเข้าใจว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ และเราสามารถสร้างประสบการณ์ชีวิตที่เราต้องการได้ด้วยพลังแห่งจิต


เมื่อคุณค้นพบสัจธรรมอันเที่ยงแท้ คุณจะพบความเร้นลับชีวิตและสิ่งล้ำค่าในความเป็นมนุษย์


การค้นพบสัจธรรมที่แท้จริงไม่ใช่แค่การเข้าใจความจริงของโลก แต่เป็นการเข้าถึงความหมายที่ลึกซึ้งของการมีชีวิตอยู่ 


เมื่อคุณตื่นรู้ต่อความจริงแท้ คุณจะเห็นว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในวัตถุหรือสิ่งภายนอก แต่อยู่ในความเข้าใจและการหลอมรวมกับจักรวาล


เมื่อคุณเข้าถึงจิตสำนึกในระดับสูงขึ้น คุณจะพบว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตทางกายภาพ 


#แต่เป็นพลังงานที่อยู่เหนือโลกวัตถุและกาลเวลา 


คุณจะสัมผัสถึงความเป็นนิรันดร์ของจิตวิญญาณ และตระหนักว่าไม่มีสิ่งใดสามารถจำกัดคุณได้


#ยกเว้นเป็นความเชื่อและมุมมองของคุณเอง


สิ่งล้ำค่าที่สุดของมนุษย์ไม่ใช่ทรัพย์สิน เงินทอง หรืออำนาจทางโลก แต่เป็นความสามารถในการตระหนักรู้และสร้างสรรค์ชีวิตที่มีความหมาย 


เมื่อคุณเข้าใจสัจธรรมนี้ คุณจะไม่ต้องวิ่งไล่ตามสิ่งภายนอกอีกต่อไป แต่จะเริ่มใช้ชีวิตจากภายใน สร้างสรรค์จากความเข้าใจที่แท้จริง และมีอิสรภาพเหนือทุกข้อจำกัด


>>ถ้าคุณไม่เปลี่ยนตัวเอง ในที่สุดโลกจะเปลี่ยนคุณ<<


การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณสามารถเลือกที่จะพัฒนาและยกระดับตัวเองไปพร้อมกับพลังงานใหม่ของโลก หรือคุณจะปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงนี้บังคับคุณอย่างไม่ทันตั้งตัว 


โลกจะไม่รอใคร และคลื่นพลังงานใหม่นี้จะผลักดันให้ทุกชีวิตต้องปรับตัว


คุณมีชีวิตเดียว อย่าปล่อยให้มันผ่านไปโดยไร้ความหมาย ถ้าคุณไม่กล้าที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง คุณจะค่อยๆ จางหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง


นี่คือช่วงเวลาที่ต้องตื่นขึ้นและเลือกว่าจะมีชีวิตอย่างไร โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่กล้าเปลี่ยนแปลงและยอมรับพลังงานแห่งการสร้างสรรค์ ถ้าคุณไม่เป็นผู้กำหนดชะตาของตัวเอง พลังของโลกใบนี้จะเป็นผู้กำหนดแทนคุณ


จงเข้าใจว่า

“ทุกชีวิตเปราะบางดุจละอองดาว”


เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ 

ได้สอนให้เรารู้ว่า...


ชีวิตไม่ได้แข็งแกร่งดั่งขุนเขา แต่มันเปราะบางดุจละอองดาว


ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน

สิ่งที่เรายึดมั่น อาจหายไปได้ในพริบตา


ดังนั้น จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

ในทุกลมหายใจ


🌿 รักให้มากขึ้น

🌿 โอบกอดช่วงเวลาปัจจุบัน

🌿 ปล่อยวางสิ่งที่ไม่จำเป็น

🌿 ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างเต็มเปี่ยม


เพราะ เราไม่อาจแน่ใจได้เลยว่า จะมี "พรุ่งนี้" ให้เราตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่ 🫂💚


ด้วยรักและห่วงใย

#SathitthamPensuk


 @followers #all @Spiritual #MissionToBeyondDeath #MasterTuner #แผ่นดินไหว

#ตึกถล่ม #ผู้ติดตาม #แผ่นดินไหวกรุงเทพฯ #ส่งกำลังใจ


ด้วยรักและห่วงใยทุกชีวิตเพื่อนมนุษย์ทุกคน


Cr:Sathitttham Pensuk

#Ttango17Q

31 March 2Q25

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น