https://www.facebook.com/share/17kGujMgX1/
เบื้องลึก "สงครามเงา" อันดุเดือด ทรัมป์ ทุบหม้อข้าว "Deep State" จ่อรื้อระบบ Fed ยึดอำนาจพิมพ์เงินคืนจากกลุ่มทุนโลก กู้ชาติคืนจากมือที่มองไม่เห็น
สงครามดุเดือดที่สุดตอนนี้ คือสงครามที่มองไม่เห็น! เป็นการซัดกันนัวระหว่าง "โดนัลด์ ทรัมป์" กับ "กลุ่มทุนโลกเก่า" (Globalists) โดยมีเดิมพันคือ... ใครจะได้เป็นเจ้าของเงินดอลลาร์!
ทรัมป์รู้ดีว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่จีนหรือรัสเซีย แต่คือ "ระบบธนาคารกลาง" (The Fed) ที่ถูกคุมโดยกลุ่มทุนยิวสายเสรีนิยม (Globalist) มาเป็นร้อยปี ทรัมป์จึงเดินเกมโหด จ้องจะรื้อโครงสร้าง Fed เพื่อดึงอำนาจการพิมพ์เงินกลับมาอยู่ในมือรัฐบาล (Nationalist) ให้ได้ ทรัมป์มีประวัติยาวนานในการโจมตี Jerome Powell (ประธาน Fed) และแสดงความต้องการที่จะให้ประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการ Fed ได้ (ซึ่งผิดธรรมเนียมปฏิบัติที่ Fed ต้องเป็นอิสระ) กลุ่มสนับสนุนทรัมป์เชื่อว่า Fed ไม่ใช่องค์กรของรัฐ แต่เป็นเครื่องมือของ "กลุ่มธนาคารเอกชน" (Globalist Bankers) ที่คอยสูบเลือดเศรษฐกิจ ทรัมป์จึงพยายามจะเข้าไป "ทุบหม้อข้าว" นี้
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่คือนัยยะของ "สงครามกลางเมืองยิว" กลายๆ ระหว่าง "กลุ่มโซรอส" (Soros) ที่ต้องการโลกไร้พรมแดน กับ "กลุ่มทรัมป์/เนทันยาฮู" ที่ต้องการรักษาความเป็นชาติ งานนี้ใครดีใครอยู่!
แผนล้างบาง วงในระบุว่า ทีมงานทรัมป์มีแผนลับ (คล้าย Project 2025) ที่จะกวาดล้างข้าราชการสาย "Deep State" ที่ฝังรากลึกในวอชิงตันออกให้เกลี้ยง เพื่อตัดแขนตัดขาอำนาจเก่า ไม่ให้มาขัดขวางการเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่ของเขา (Project 2025 นี่คือเอกสารจริง ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด)
ถ้าทรัมป์ชนะศึกนี้ โลกการเงินที่เราเคยรู้จักจะพังทลายและถูกสร้างใหม่ แต่ถ้าทรัมป์แพ้... เขาอาจจะไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในหน้าประวัติศาสตร์!
นักวิเคราะห์สายลึกมองว่า การที่ทรัมป์โดนเล่นงานสารพัดวิธี (ทั้งคดีความ ทั้งข่าวฉาว) ก็เพราะเขาไปแตะต้อง "กล่องดวงใจ" ของกลุ่ม Globalist นั่่นเอง นี่คือสงครามครั้งสุดท้าย
หลังจากที่มีกระแสข่าวลือสะพัดโลกออนไลน์ช่วงนี้ เรื่องข้อกล่าวหาว่าโดนัลด์ ทรัมป์ เคยทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดเด็กสาววัย 13 ปี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์เมื่อ 35 ปีก่อน ที่แท้เป็น "คดีเก่าปี 2016" ที่ถอนฟ้องไปนานแล้วก่อนทรัมป์รับตำแหน่งสมัยแรก และไม่มีหลักฐานยืนยันในชั้นศาล กูรูชี้ "เกมสกปรก" หวังกลบข่าวเอปสตีน
ทรัมป์รู้ว่าสื่อหลัก เกลียดเขา และจะพาดหัวข่าวแค่ว่า "ทรัมป์มีชื่อในโผเอปสตีน" เพื่อดิสเครดิต หลายคนสงสัยว่า ทำไมทรัมป์กล้าเปิด "แฟ้มเอปสตีน"? ทั้งที่ตัวเองก็ "ชื่อเน่า" เหมือนกัน? คำตอบคือ "บริบทฆ่าคนได้"
ทรัมป์ยอมรับว่าเคยรู้จักและเคยนั่งเครื่องบินเอปสตีน (เส้นทางปกติ Florida-NY) แต่จุดตายอยู่ที่ "เกาะลับ" (Little Saint James) ซึ่งทรัมป์ยืนยันเสียงแข็งว่า "ไม่เคยไปเหยียบ" ต่างจากคู่แข่งทางการเมืองหลายคนที่ "บินถี่เป็นว่าเล่น"
ทรัมป์ใช้ไม้ตายเรื่อง "ผมไล่ตะเพิดมัน" เพราะทนพฤติกรรมลวนลามผู้หญิงไม่ได้ ทรัมป์อ้างว่าเขาสั่งห้ามเอปสตีนเข้า Mar-a-Lago ตั้งแต่ปี 2004 (ก่อนเอปสตีนโดนจับ) เพราะเอปสตีนไปลวนลามเด็กสาวลูกจ้างที่คลับของเขา ใช้จุดนี้บอกว่า"เห็นไหม? ผมรู้สันดานหมอนี่ก่อนพวกคุณอีก และผมไล่มันไปแล้ว แต่พวกคุณ (บิล คลินตัน, เจ้าชาย, นักธุรกิจ) ยังคบค้าสมาคมกับมันต่อ" ทำให้ทรัมป์มีข้ออ้างว่า "ผมรู้ทันมันก่อนพวกคุณ"
การเปิดเอกสารลับคือการวัดใจ ทรัมป์เชื่อว่า "ชื่อผมแค่พาดหัว แต่ชื่อพวกมันคือคุก" เขาจึงกล้าเทหน้าตัก เปิดหลักฐานทั้งหมดให้โลกเทียบกันชัดๆ ว่า "ใครกันแน่ที่เป็นนักล่าเด็กตัวจริง?"
ในกรณีเลวร้ายที่สุด ถ้ามีเอกสารที่มัดตัวทรัมป์จริงๆ ฝั่งทรัมป์และมัสก์ได้ปูทางไว้แล้วครับว่า "นั่นคือเอกสารปลอมที่ Deep State สร้างขึ้น"
เขาจะบอกว่า FBI ยัดข้อหาเหมือนตอนคดี Russiagate เพื่อสกัดขาเขา
ยิ่งทรัมป์ถูกโจมตี ฐานเสียงยิ่งเชื่อว่าเขากำลังถูกรังแก
Source: Wall Street Journal (Fed Analysis) / BBC (Soros Conflict) / AP News (Project 2025)
#DeepState #Trump #TheFed #Soros #Globalist #MoneyWar #ทรัมป์ #สงครามการเงิน #จัดระเบียบโลกใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น