วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565

¥/$ บันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ "เส้นทางทองคำ" โลก..?! **ไว้ในความทรงจำ** ประวัติความเป็นมาของ "ทองคำ"และความเกี่ยวโยงของกลุ่ม "Dragon Family "

 See >>>

https://www.facebook.com/100001757048699/posts/pfbid0KSGnEqNM5WDP5RJuSFE7q529RdmaPM82mevX6gw82ucWAs9DrK1jnig7x7T5NYy8l/



¥/$  บันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ 

"เส้นทางทองคำ" โลก..?!

**ไว้ในความทรงจำ**


ประวัติความเป็นมาของ "ทองคำ"และความเกี่ยวโยงของกลุ่ม "Dragon Family "


ประวัติความเป็นมาของ "ทองคำของโลก"


ตามสัญญาครับ เรื่องนี้สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสมาคมลับแห่งเอเชีย ที่เป็นเรื่องเล่าขานนะครับ 


ราวปี 2013 ผมมีโอกาสได้พบกับบุคคลท่านนึง เป็นคนไทยที่เป็นลูกหลานของเสด็จพ่อร.5 ของเรานี่ล่ะครับ จากที่ติดตามพี่ท่านนึงไปคุยงานเกี่ยวกับเรื่องพันธบัตรยูโรฯ เลยมีโอกาสได้สนทนากัน คุยกันไปมาก็รู้ว่าเค้าทำงานเคลื่อนไหวร่วมกับ 

"คราก้อนแฟมิลี่" อยู่ด้วย เลยได้ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยอ่านมาจากข้อความต่างมิติและแหล่งที่เกี่ยวข้องกันครับ กับแผนการณ์ในระยะยาวที่ดำเนินการกันอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะบทบาทที่เกี่ยวกับทองคำ และการปฎิรูประบบการเงินโลก รวมทั้งสิ่งดีๆที่กำลังมีการตระเตรียมไว้สำหรับเปลื่ยนแปลงเหล่านี้ด้วย ท่านนี้รู้แผนการและมีรายละเอียดเชิงปฎิบัติงานด้วยครับ ซึ่งเหมือนตอกย้ำและทำให้ผมเชื่อมั่นถึงอนาคตที่ดีของโลกชัดเจนขึ้น ไม่ใช่จากการอ่านจากอินเตอร์เนทเท่านั้น และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เหล่านี้ อาจช่วยให้เราเข้าใจถึงการเชื่อมต่อของเหตุการณ์ที่สำคัญเท่าที่ผมจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้นะครับ


"ดรากอนแฟมิลี่" ในความเป็นจริงก็คือองค์กรที่ดำเนินการระหว่างครอบครัวเก่าแก่ภายในประเทศจีนและไต้หวัน เหนือความแตกแยกทางการเมืองของทั้งสองรัฐบาล พวกเค้าทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ที่ดีของโลกในการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับขององค์กรการเงินระดับโลกโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งมีคณะกรรมการ 300 คน พวกเค้าได้สะสมความมั่งคั่งยิ่งใหญ่มายาวนาน และในทศวรรษที่ผ่านองค์กรของดรากอนแฟมิลี่ ซึ่งได้ดำเนินการด้วยความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในสินทรัพย์เหล่านั้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้คนนับพันๆล้านด้านมนุษยธรรม หลังจากที่มองเห็นการเอาเปรียบมากมายที่เกิดขึ้นของระบบการเงินโลกเก่าเช่นที่ผ่านมา


ดรากอนแฟมิลี่ มีประวัติอันยาวนานทีเดียวครับ ถ้าจะเริ่มไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก็เริ่มมาตั้งแต่ในช่วงสงครามกลางเมืองจีนโน้นเลยครับ (ค.ศ. 1927-1950) ในช่วงมีการสู้รบกันระหว่าง "พรรคก๊กมินตั๋ง" ภายใต้การนำของเจียงไคเชค และ 

"พรรคปกครองสาธารณรัฐจีน" ซึ่งลงเอยด้วยการแตกออกเป็นสองประเทศ คือ สาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน กับสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ ทองคำถูกแย่งชิง และในที่สุดมันได้กลายเป็นสมบัติของชาติ โดยเฉพาะทางฝั่งของ "ก๊กมินตั๋ง" 

(ที่มาของกลุ่มดราก้อนแฟมิลี่) พวกเขาได้ขนเอาสมบัติเหล่านั้นกลับไป "ไต้หวัน" มากมายมหาศาล นี่คือสมบัติจักรวรรดิ์โบราณของจีน ไต้หวัน เป็นประเทศเล็กก็จริง แต่ก็มีอำนาจทางเศรษฐกิจสูงมาก นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ประเทศจีนดูเหมือนจะพยายามที่จะเอากลับคืนมา


มาถึงในข่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ในปี 1938) 


ขณะนั้น...จีน..ถูกญี่ปุ่นรุกรานและเข้ายึดครอง กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดทองคำจากทาง "ก๊กมินตั๋ง" นำไปเก็บไว้ยังประเทศญี่ปุ่นและยังนำไปซุกซ่อนไว้ที่ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและไทย ส่วนทางจีนก็ได้รวบรวมทองคำทั้งหมดของประเทศ และมองหาแหล่งซุกซ่อนที่ปลอดภัย...ทางอิลิทของสหรัฐ เข้ามาเสนอให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นทองคำ ทั้งหมดจึงถูกขนย้ายลงเรือของนาวีสหรัฐรวม 6 ลำส่งไปยังสหรัฐอย่างปลอดภัย ..องค์กรอาชญากรรม US Federal Reserve ได้ให้สัญญาที่จะคืนทองคำทั้งหมดให้จีนภายใน 60 ปี และได้มอบพันธบัตรให้จีนถือเป็นหลักประกันสำหรับทองคำเหล่านี้


แต่เอาเข้าจริงๆทองคำเหล่านั้น พวกเขากลับแอบอ้างสิทธิ พวกเขาปลอมแปลงเอกสารเพื่อบอกว่าพวกเขามีสิทธิในทรัพย์สินเหล่านั้น


การควบคุมระดับโลกของธนาคารตะวันตกในปัจจุบัน สามารถตรวจสอบกลับไปยังครอบครัว Rothschild ในการครอบงำธนาคารระหว่างประเทศในช่วงปีแรกของศตวรรษที่ 19 ด้วยกลยุทธ์ระยะยาวของธนาคารที่ได้รับการควบคุมและการจัดหาทองคำทั่วโลกเพื่อรักษาอำนาจ ผ่านการควบคุมของสกุลเงินทั่วโลก และหลักประกันของตน "ทองคำและหนี้" ที่เป็นสาระสำคัญของเรื่องนี้ ได้มีการจัดตั้งธนาคารระหว่างประเทศในกรุงบาเซิล สวิตเซอร์ เพื่อควบคุมธนาคารกลางทั้งหมดของประเทศ G7 ทองถูกบันทึกลงในบัญชีกับสหภาพธนาคารของสวิส (UBS) "เขาจึงเป็นผู้ควบคุมกฎทองโลก"และเป็นการนำเอาดอลล่าร์อิงกับมาตรฐานทองคำ ตามมาด้วยข้อตกลง Bretton Woods ในปี 1944 และการก่อตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ด้วยระบบเงินกระดาษที่ซ้ำซ้อน ทำให้สกุลเงินทั้งโลกได้ถูกตรึงไว้กับทองคำและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ได้รับอำนาจในการที่จะเข้าไปแทรกแซงได้ทันที เมื่อเกิดความไม่สมดุลของการชำระเงิน หรือหนี้ที่เกิดขึ้น ไปจนถึงวงการอุตสาหกรรม การทหาร การควบคุมและการขโมยทรัพยากรไปจากโลก ด้วยความสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง


ราวยุค 60's ในช่วงของ "เคนเนดี้" เขาเป็นคนดีและใสซื่อมาก เขาต้องการจะเปลี่ยนโลกใบนี้ เขาตกลงที่จะทำงานร่วมกับประเทศที่ต้องการสันติภาพ และหาแนวทางที่จะสิ้นสุดสงครามเย็น และเพื่อจะหาเงินทุนในการพัฒนาของทวีปแอฟริกาและเอเชีย "ซูการ์โน" แห่งอินโดนิเซีย Controller (M1) ที่กำลังจะร่วมมือกับเคเนดี้ โดยนำทองคำเหล่ามั้นออกมาใช้ประโยชน์กับโลก ในปี 1963 ประธานาธิบดีจอห์นเอฟ เคนเนดี้ ได้ลงนามในสัญญากับประธานาธิบดีซูการ์โน เพื่อให้เงินที่จะช่วยให้กรมธนารักษ์ของอเมริกาพิมพ์สกุลเงินของตัวเอง ซึ่งมันเป็นการบ่อนทำลาย "สิทธิ" ในการพิมพ์สกุลเงินที่จัดขึ้นโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจากนั้น ทั้งเขาและซูการ์โนก็โดนเก็บ....แหล่งข่าวของเพนตากอน บอกว่ารองประธานาธิบดี จอนสัน มีส่วนในการที่ เคเนดี้ถูกฆ่า เพราะเคเนดี้ จะปิด Federal Reserve เพื่อสิ้นสุดของระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ และผลประโยชน์อื่นๆของพวกเค้า


และในวันที่ 15 สิงหาคม 1971

ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ประกาศว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่แปลงดอลลาร์เป็นทองคำในราคาคงที่อีกต่อไป ดังนั้นดอลล่าร์จึงละทิ้งมาตรฐานทองคำนับแต่วันนั้น และพิมพ์เงินขึ้นมาจากอากาศโดยไม่มีทองคำหนุนหลีงได้ตามอำเภอใจ


ในท้ายยุค 70's ต่อ 80's มีการรับรองสถานภาพของรัฐบาลเหมาเจอตุงโดยรัฐบาลสหรัฐ ...ปธน. นิกสันได้เยือนจีนและมีการชักชวนเข้าสู่การค้าโลกตั้งแต่ตอนนั้น ..รัฐบาลเหมาต้องการให้สหรัฐคืนทองคำที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 1938 แต่รัฐบาลนิกสันยืนยันว่ายังไม่ครบเวลา 60 ปีที่กำหนด แต่ก็มีการคืนให้บางส่วน


จนล่วงเลยมาถึงปี 1998 ทางจีนพยายามทวงทองคำทั้งหมดคืน และได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯและกล่าวว่า "ขอให้ส่งมอบทองคำของเรากลับคืน เพราะครบกำหนด 60 ปีแล้วตามสัญญา" สมาคมลับแห่งเอเชียดรากอนแฟมิลี่ ต้องการทองคำของพวกเขากลับ โดยรัฐบาลสหรัฐแพ้ และถูกคำสั่งศาลให้ส่งมอบทองคำคืนแก่จีนกำหนดในวันที่ 12 กันยายน 2001 แต่ขั้นตอนวิธีการการส่งมอบทองคืนนั้น อยู่ในการดำเนินการของ Cantor Fitzgerald Securities ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้า มีออฟฟิสอยู่ที่ World Trade Center ตึกฝั่งเหนือ โดยที่ทองคำทั้งหมดที่จะส่งมอบอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารเดียวกันนั้น แต่ทางสมาคมลับของตะวันตกกลับขนทองคำหลบหนีไป และระเบิดตึกเวิลด์เทรดทิ้งเพื่อจะไม่ส่งทองคำกลับ


เหตุการณ์ 9/11 ที่ World Trade Center ...พนักงานทั้งหมด 600 คนของ Cantor Fitzgerald Securities ซึ่งทำงานอยู่ในวันนั้นตายหมด ทองคำที่อยู่ชั้นใต้ดินทั้งหมดหายลึกลับ ไม่มีใครรู้ ...มีหลายทฤษฎีที่พูดถึงว่าทองถูกขนทางรถไฟไปแคลิฟอร์เนีย แล้วต่อทางเรือเพื่อส่งไปซุกซ่อนที่ Paraguay


ในปี 2009 นักธุรกิจญี่ปุ่น 2 คนถูกจับขณะข้ามแดนจากอิตาลีไปยังสวิสเซอร์แลนด์ โดยมีพันธบัตรสหรัฐ $1.5 พันล้าน ที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐในปี 1934 ...ไม่มีการสรุปว่าพันธบัตรนี้แท้หรือปลอมแปลง กระทรวงการคลังสหรัฐปฏิเสธที่จะตรวจสอบพันธบัตรนี้ หรือแม้แต่จะออกความเห็น นักธุรกิจทั้งสองถูกรัฐบาลอิตาลีปล่อยตัว และหายตัวไปในที่สุด ..พันธบัตรนั้น ไม่ว่าจะแท้หรือไม่ มันได้ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐยึดเอาไป ทำให้มีผู้นำเรื่องฟ้องสู่ศาล US Federal Court หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ..แต่คดีเหล่านี้ถูกดองเรื่องไว้ ซึ่งมีความจริงค่อยๆถูกเปิดเผยออกมาเรื่อยๆสู่สาธารณะ ในช่วงหลายปีมานี้


ดรากอนแฟมิลี่ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะจริงๆในช่วงในปี 2009 ในคดีที่กลายเป็นข่าวดังโด่งดังเกิดขึ้น มีบอนด์จำนวนมากหายไปจากอมริกา ซึ่งมันเป็นสินทรัพย์ของ Dragon Family ซึ่งในตอนนั้นนาย นีล คีนัน ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนของกลุ่ม Dragon Family ในการติดตามตราสารที่ถูกขโมยไป เพื่อการตัดสินลงโทษและชำระค่าใช้จ่ายในหลายศาล พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทุจริต การละเมิดสัญญาและละเมิดกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งการการออกหมายจับ Federal Reserve ตามกฎหมาย เหตุการณนั้นทำให้ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจว่าใครกันหนอที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์มากมายถึงขนาดนี้


สรุปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นขุดอุโมงค์ เก็บทอง ที่ อินโด ไทย ฟิลิปปินส์ รวมกว่าสองล้านตัน รวมทั้งการขนทองหลบหนีออกมาจากอเมริกา และนำมาซ่อนไว้ในแถบนี้ด้วย เราได้รับการบอกกล่าวเกี่ยวกับทองทั้งหมดที่เคยขุดค้นในประวัติศาสตร์ว่า มันมีขนาดที่พอดีกับหนึ่งหรือสองสระว่ายน้ำโอลิมปิกเท่านั้น ...


แต่มันเป็นเรื่องโกหก ที่จริงแล้วมันมีมากกว่า 9 หรือ 10 เท่าในตลาดที่มีการซื้อขายอย่างเป็นทางการเสียอีก ส่วนใหญ่ของทองที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยมหาอำนาจตะวันตก มันจะที่ถูกลบออกจากตลาด และถูกขึ้นบัญชีดำ มันถุกซุกซ่อนอยู่ในถ้ำ หรือฝังอยู่ในเรือจมที่ด้านล่างของมหาสมุทร ทองคำจำนวนมากจากทั่วโลกเหล่านี้ รวมทั้งของเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตรย์โซโลมอน ที่เคยอยู่ในอังกฤษ ก็ถูกสเปนขโมยและนำมาซ่อนไว้ตามเกาะแก่งต่างๆในฟิลิปปินส์ มันเป็นทองที่จดทะเบียนขึ้นบัญชีดำกว่า 85 % ของโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ในเอเชีย


ทุกอย่างในฉากหลังกำลังดำเนินไป ดังนั้นจึงมีทองคำจำนวนมากที่อาจทำให้เรากลับมาอยู่บนมาตรฐานทองคำที่เป็นสกุลเงินที่ผูกติดอยู่กับสิ่งที่มีค่าที่แท้จริง สมาคมลับแห่งเอเชียดรากอนแฟมิลี่ (5 Dragons) ร่วมกับราชวงศ์ในเอเชียและยุโรป (7 Crowns) ต่างกำลังร่วมมือกันที่จะเปลื่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นในขณะนี้ครับ


เรื่องราวของคุณปู่เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมลับแห่งเอเชีย Dragon Family ที่เสมือนเป็นจักพรรดิ์ที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองประเทศจีนตามกฎหมาย ท่านเป็นจักรรพรรดิ์มังกรฟ้าห้านิ้ว (THE EMPEROR’S FIVE TOED CELESTIAL DRAGON) ในปัจจุบัน ท่านเป็นผู้อาวุโสกที่ถือธงนำและการตัดสินใจสำหรับเรื่องที่สำคัญเหล่านี้


ทองคำหลายล้านเมตริกตันและสินทรัพย์จำนวนมหาศาลดังกล่าวนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้สำหรับบัญชีหลักประกันทั่วโลก ( Global Collateral Accounts)เพื่อให้เกิดโลกาภิวัตน์ขึ้นบนโลก ซึ่งการกระทำนี้ จะทำให้เงินดอลลาร์ใหม่ของสหรัฐและของโลกมีทองคำและสินทรัพย์หนุนหลังทั้งหมด และสามารถที่จะยุบธนาคารกลางสหรัฐฯ และเงินดอลล่าร์ที่ไร้ค่าของ FED ออกไปในที่สุด ทุกประเทศจะเป็นอิสระทางระบบการเงินที่เอารัดเอาเปรียบ และจะ WIN WIN ด้วยกันทุกๆฝ่าย เพื่อโลกที่ดีกว่าของมนุษย์ ด้วยความเมตตาของคุณปู่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในฉากทางการเมือง การเงินและวิธีการที่ดำเนินการในหลายประเทศเพื่อปลดปล่อยโลกจากการปกครองแบบเผด็จการทางการเงิน


ในวันนี้สหประชาชาติยังได้เชิญตัวแทนของ Dragon Family เพื่อหารือเรื่องการเงิน เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่และบัญชีหลักประกันทั่วโลกออกมา ด้วยกฎทอง “He who has the gold makes the rules”ที่จะช่วยบรรเทาภาระของความยากจนข้นแค้นในทุกที่ รวมทั้งให้ระงับการฉีดพ่น chemtrail,และการแพร่สารพิษในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอาหาร อาวุธ การฉีดวัคซีนและจีเอ็มโอ เป็นต้น เงินทุนก็จะถูกนำไปช่วยเหลือคนเร่ร่อน การจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม น้ำดื่มที่สะอาด อาหารปลอดภัย และการดูแลทหารผ่านศึก สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้เกิดขึ้น และโครงการขนาดใหญ่ที่มีประโยชน์ทั่วทั้งโลก


เรื่องเหล่านี้เราแทบจะไม่สามารถพบได้ในสื่อกระแสหลักนะครับ ดังนั้นผมก็พยายามศึกษาและรวบรวมเนื้อหาให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ จริงๆเรื่องมันยาวและมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มาก ไล่ลงไปจนถึงเรื่องเหตุที่เรือไทนานิคล่มเลยครับ แต่ทุกท่านก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วนะครับ อาจมีตกหล่นไปบ้างไมว่ากันนะครับ จริงมีเรื่องทองคำของไทยที่เข้าไปเกียวข้องอยู่ด้วยแต่ผมขอละเอาไว้ เพื่อความมั่นคงของชาติแล้วกันนะครับ เอาเป็นว่า ทุกอย่างกำลังไปได้สวยครับ นี่คือการดำเนินการที่ซับซ้อนที่จะนำเราไปจุดที่เราจะได้มีอนาคตที่ดีดังเช่นเพลง IMAGINE ของ จอนน์ เลนนอนกล่าวไว้


พันธมิตรระหว่างประเทศที่กว้างใหญ่หลายร้อยประเทศ ตอนนี้ต่างก็มีกฎหมายเพื่อจะยุติการปกครองแบบเผด็จการของการเงินระเบียบโลกเก่า ที่น่าจะพร้อมกันแล้วครับ อดใจรอที่จะได้เห็นความเปลื่ยนแปลงขนาดใหญ่บนโลกเราด้วยกัน ซึ่งดูเหมือนไม่น่าจะนานเกินรอแล้วครับ


บันทึกไว้เมื่อ:

 11 สิงหาคม 2562

โปรดใช้จักรยานในการอ่านเช่นเคยนะครับ 

Cr:Mead Nations 

#Ttango

23/03/2563


ที่มา:-

https://globalslaves.blogspot.com/%E2%80%A6/trillion-dollar-lawsuit-


http://neilkeenan.com/history-events-timeline/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น