วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565

WorldUpdate ยุโรป วิกฤติ! ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้น ปิดกิจการอุตสาหกรรมเพียบ

 See >>>

https://www.facebook.com/100077775671454/posts/pfbid02Gq99WP5gtWokuP5j3xdoRUevWpYpJArEmxeWZFdvg17LH3C8ytr8ysK546TxJ7pnl/



ยุโรป วิกฤติ! ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจรุนแรงมากขึ้น ปิดกิจการอุตสาหกรรมเพียบ

        สหรัฐ ผู้มีสโลแกนประจำตัวว่า "เข้าแก๊งค์ไหนลูกน้องตายหมด" ได้รวมหัวกับอังกฤษ บริวารมือขวาวางแผนแยบยน "ทำลายยุโรป" ขั้นตอนแรกเลือกทำลายกรีซที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปจากภายในก่อน โดยปั้นคนรุ่นใหม่ขาดประสบการณ์เป็นผู้นำประเทศ ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยกู้สหรัฐหนักมาก ไม่นานนักก็บีบทำให้ระบบธนาคารกรีซพัง ประเทศประกาศล้มละลาย เล่นงานสหภาพยุโรปอ่วมไปตามๆ กัน , แผนถัดมาให้อังกฤษ กระโดดหนีเอาตัวรอดออกจาก EU เพราะ "คู่หู่ป่วนโลก" มองว่า "สหภาพยุโรป คือคู่แข่งต้องทำลายทิ้ง"

        การทำลายเศรษฐกิจ EU ได้ ก็จะทำให้ "กำจัดคู่แข่งการค้า" เพราะอุตสาหกรรมทับซ้อนผลประโยชน์กัน ส่วนจีนนั้นสหรัฐ จะเอาไว้หลังจากทำลายยุโรปให้พังก่อน วิธีการทำลายคู่แข่งยุโรปก็ต้องทำลาย 3 ขาใหญ่ใน EU คือ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ที่เหลืออีก 24 ชาติไม่มีศักยภาพจะเบ่งกล้ามได้เพราะไม่มีอำนาจทางทหารเพียงพอ โดยเฉพาะเยอรมนี นั้นสหรัฐ มีฐานทัพตั้งอยู่มากกว่า 3 แห่งจึงชักใยพรรคการเมืองโปรสหรัฐได้บังคับให้คว่ำบาตรรัสเซีย ส่งผลให้ถูกสวนกลับโดยลดการจ่ายก๊าซไปยังทวีปยุโรปจากเดิม 40% เหลือ 9% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ , ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 12 เท่าของค่าเฉลี่ยของทศวรรษที่ผ่านมา ผลักดันให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น กระทบต่อโรงถลุงแร่และอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ส่งผลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในยุโรปสูงกว่าในเอเชียและสหรัฐ หลายเท่า 

        กลายเป็น "ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ" คุกคามกวาดล้างอุตสาหกรรมต่างๆ ของยุโรป ล่าสุดผู้บริหารบริษัทอุตสาหกรรมโรงถลุงแร่ยักษ์ใหญ่ 40 แห่งในยุโรป ต้องเผชิญกับการปิดตัวอย่างถาวร จึงอดทนวินาศไม่ไหวแล้ว รวมตัวกัน 40 บริษัท ทำหนังสือแนบบัญชีหางว่างลงชื่อยื่นถึงผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า "ฤดูหนาวที่รออยู่ข้างหน้าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานหลายอย่างของเรา ขอเรียกร้องให้ผู้นำสหภาพยุโรปและรัฐสมาชิกดำเนินการฉุกเฉินเพื่อรักษาอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าและป้องกันการสูญเสียงานอย่างถาวร" เช่น บริษัท Eurometaux ค้าโลหะนอกกลุ่มเหล็ก ระบุว่าในปีที่ผ่านมาเริ่มเกิดปัญหาของอุตสาหกรรมจนนำไปสู่การลดการผลิตโรงถลุงแร่อย่าง "ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"  และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นปีนี้และปีถัดไปเมื่อคว่ำบาตรรัสเซีย 

        ขณะนี้ยุโรปได้ลดกำลังการผลิตประมาณ 50% ใน อุตสาหกรรมอลูมิเนียมและสังกะสีที่ใช้ในทุกอย่างตั้งแต่รถยนต์ เครื่องบิน และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงเหล็กชุบสังกะสี , โรงถลุงอลูมิเนียมในสโลวาเกีย และโรงงานสังกะสีในเนเธอร์แลนด์ได้ปิดกิจการหยุดการผลิตอย่างไม่มีกำหนด และจะมีการปิดโรงงานเพิ่มเติมอีก ซึ่งบางแห่งจะเป็นการเลิกกิจการถาวร  , ในจดหมายแยกต่างหากถึงนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลีเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยตัวแทนของอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมาก 12 กลุ่ม คือ ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ และเหล็กกล้า ฯลฯ ระบุว่า "หากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานจำนวนมากในปัจจุบันต้องใช้ไฟฟ้าแพงมากอยู่แบบนี้ จะไม่มีธุรกิจใดที่จะดำเนินการผลิตรอดต่อไปในยุโรป และไม่สามารถเห็นอนาคตที่แน่นอนสำหรับการลงทุนและการพัฒนาเพิ่มเติม” 

        บริษัท Aluminium Dunkerque เจ้าของเดิมโดย GFG Alliance เป็นโรงถลุงอะลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือ Dunkirk ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตอลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีกำลังการผลิตประมาณ 285,000 ตัน/ปี มีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 600 คน โรงถลุงแร่ใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลเกือบเทียบเท่าใช้กับเมือง Marseille ที่ใหญ่เป็นอันดับ2 ของฝรั่งเศส ดังนั้นค่าไฟฟ้าจึงเป็นต้นทุนการผลิตถึง 1 ใน 3 จนทำให้บริษัท "ขาดสภาพคล่องทางการเงิน" จนเจ้าของคนก่อนถูกตั้งข้อหา "ผิดนัดชำระหนี้" ทำให้บริษัท American Industrial Partners (AIP) ของสหรัฐ เข้าเทคโอเวอร์ถือหุ้นครอบครองกิจโรงถลุงแร่ฝรั่งเศสไปแล้ว ผู้บริหารชาวอเมริกัน ได้ตัดสินใจที่จะลดการผลิตแร่อลูมิเนียมลง 20% ของกำลังการผลิตเพื่อต่อสู้กับราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในยุโรป และกำลังปิดโรงถลุงแร่ 54 ถังจากจำนวนทั้งหมด 264 ถังที่ใช้อิเล็กโทรลิซิสเพื่อผลิตอะลูมิเนียมขั้นต้น

         บริษัท Duralex ผู้ผลิตเครื่องแก้วของฝรั่งเศส มีแผนจะหยุดการผลิตนาน 4 เดือนในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนพลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้ ช่วงนี้พนักงาน 250 คนจะถูกลดชั่วโมงทำงานลง ค่าแรงที่รับก็ลดลง สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อฝรั่งเศส ที่ทำให้สินค้าอุปโภค บริโภค มีราคาแพงขึ้น ยังไม่นับสารพัดอุตสาหกรรมย้ายฐานผลิตออกจากยุโรปไป..ในอนาคตยุโรปที่ขาดพลังงานรัสเซีย จะเป็นภูมิภาคที่สิ้นหวังจากความมั่นคงทางพลังงาน อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ทุกอย่างจะอยู่ไม่ได้ จะปิดตัวและลดกำลังการผลิตจนหนี้ท่วม สุดท้ายจะถูกเทคโอเวอร์กิจการโดยสหรัฐ และจีน แต่ส่วนใหญ่จะย้ายฐานการผลิตไปจีน ชาติในเอเซีย และอาเซียน ที่เป็นพันธมิตรกับรัสเซีย 

        ที่จะได้รับสิทธิพิเศษใช้พลังงานราคาถูกกว่า ระยะยาวมั่นคงทางพลังงานมากกว่า จึงพบปรากฎการณ์ในไทย ที่บริษัทฝรั่งเศส มาลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดาวเทียม , บริษัทจีน และสหรัฐ มาลงทุนอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดัง , บริษัทรัสเซีย มาลงทุนอุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมเฮลิคอปเตอร์ และจะยกโขยงอุตสาหกรรมอีกหลายชนิดมาอาเซียน และไทย จนยุโรปจะกลายเป็นทวีปที่เงียบเหงาทางเศรษฐกิจ..นี่คืออิทธิฤทธิ์ของผล "จัดระเบียบโลกใหม่" ชาวอาเซียนที่คิดจะไปหาอนาคตใหม่ในยุโรปให้คิดให้รอบคอบ เพราะไม่มีอนาคตที่ฝันนั้นอีกแล้ว..ยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป..อาเซียนชนะแน่นอน 🤭😂


ที่มา : alcircle , TheFinancetialTimes , nasdaq 

#WorldUpdate

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น